Home / สาระความรู้ / หยุดทำตัวงี่เง่าในที่ทำงาน

หยุดทำตัวงี่เง่าในที่ทำงาน

Loading...

ความงี่เง่า …เรียกได้ว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวสำหรับชีวิตประจำวันเสียจริงๆเลย หลายคนอาจจะมองเห็นความเรื่องมาก ความงี่เง่า จากบุคคลอื่นๆ หรือพฤติกรรมด้านแย่ๆของคนอื่น แต่กลับไม่เคยมองดูตัวเองเลยว่าแอบทำตัวงี่เง่าเช่นกัน ” หยุด…ทำตัวงี่เง่าในที่ทำงาน ” เลิกทำพฤติกรรมแย่ๆ แล้วมา ตั้งใจทำงาน พัฒนา ความสามารถของตัวเองให้เต็มที่เสียดีกว่า

เช็คพฤติกรรมแบบคนงี่เง่าในที่ทำงาน คุณงี่เง่าแน่…ถ้าทำสิ่งต่อไปนี้ เริ่มต้นความสัมพันธ์ด้วยการขอสิ่งที่คุณต้องใช้หรืออยากได้จากคนอื่น แทนที่จะเป็นฝ่ายเสนอให้
กล่าวโทษคนอื่นและแก้ตัวเมื่อเกิดข้อผิดพลาดมากกว่าจะสนใจบทบาทหน้าที่ของตัวเองที่มีส่วนก่อปัญหา หรือสนใจหาทางช่วยแก้ปัญหา จริงจังกับตัวเอง แต่ไม่จริงจังกับพันธะหน้าที่เสมอไป ทำตลกล้อเลียนหรือด่าทอคนอื่น ขัดจังหวะหรือไม่ตั้งใจฟังเวลาคนอื่นพูด ตั้งข้อสังเกตทางลบในเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น วิพากษ์งานคนอื่นอย่างแข็งกร้าว แต่ไม่เคยนำเสนอความคิดเห็นในทางที่เป็นประโยชน์ สนใจแง่มุมลบของสถานการณ์โดยไม่เคยอาสาช่วยทำให้อะไรดีขึ้น ปฏิเสธ ขโมย หรือยึดความดีความชอบจากความสำเร็จของคนอื่น
บันดาลโทสะหรือขึ้นเสียง แม้จะเป็นการ “พูดกับตัวเอง” ก็ตาม
ถ้าคุณจับได้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรบางอย่างเหล่านี้ คุณก็รู้ตัวแล้วว่า คุณอาจกำลังทำตัวงี่เง่าในที่ทำงาน และถ้าใช่ นั่นจะทำให้คุณถอยหลัง รีบกำจัดเสีย

กลายเป็นคนงี่เง่าไปแล้ว…แก้ไขอย่างไรดี ผู้ที่มีทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคลดีและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างมีสติรู้ตัว จะประสบความสำเร็จได้ดีกว่ามาก เราจะพัฒนา “ทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคลที่ดี” และ “ปฏิสัมพันธ์อย่างมีสติรู้ตัว” ได้อย่างไร
1.เริ่มความสัมพันธ์ทุกครั้งด้วยการพิจารณาว่าคุณมีอะไรให้คนอื่นบ้าง เริ่มจากการกำหนดคุณค่าที่คุณอยากเพิ่มเติมในความสัมพันธ์นั้น ทั้งที่ทำได้ทันที หรือภายในช่วงเวลาที่สมเหตุผล ถ้าคุณไม่กำหนดคุณค่าที่ตัวเองเต็มใจ และสามารถเพิ่มเข้าไปในสถานการณ์ทุกอย่าง คุณก็ไม่มีทางทำให้ใครเห็นคุณค่านั้นได้เลย
2.เป็นต้นแบบของความไว้ใจได้ ถือทุกคำที่คุณพูดและทุกสิ่งที่ทำเป็นความรับผิดชอบส่วนตัว โทษตัวเอง
และห้ามแก้ตัวเมื่อทำผิดโดยเด็ดขาด ถ้าทำผิด แค่กล่าวคำขอโทษและพยายามแก้ไขให้ดีที่สุด

Loading...

3.สลัดอัตตาให้ได้ อย่ายึดมั่นในตัวเองมากไป แต่ให้ยึดมั่นในพันธกิจและหน้าที่รับผิดชอบให้มากเสมอ อ่อนไหวทางอารมณ์มากขึ้นได้ แต่อย่าลดทอนความน่าเชื่อถือของตัวเอง
4.ฟังอย่างตั้งใจ อย่าขัดจังหวะหรือใจลอยเวลาคนอื่นพูด ตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูด เมื่อถึงคราวของคุณ ให้ตั้งคำถามปลายเปิดก่อน และตอบคำถามไปตรงๆ ต่อเมื่อเรามั่นใจว่าเข้าใจประเด็นหรือมุมมองของอีกฝ่ายดีเท่านั้น
5.เห็นอก เห็นใจ พยายามเอาใจเขามาใส่ใจเราอยู่เสมอ ถามตัวเองว่า คุณจะรู้สึกและคิดอย่างไรถ้าคุณเป็นคนนั้น จากนั้นก็แสดงออกอย่างเหมาะสม และพูดสิ่งที่เราเองจะอยากฟังถ้าต้องตกอยู่ในถสานการณ์เดียวกันนั้น
6.แสดงความเคารพและเมตตา รักษามารยาทให้จงหนัก ถ้าคิดว่าคนอื่นมีเวลาไม่มาก ก็พูดให้กระชับ ถ้าคิดว่าเขาอาจมีปัญหาบางอย่าง ถามว่าคุณจะช่วยอะไรได้บ้าง (แต่อย่าไปกดดัน)อย่าเอ่ยข้อสังเกตใด ที่อาจเป็นการดูถูกใคร และอย่ารีรอที่จะเอ่ยคำชม

7.พูดสิ่งที่คิดและทำให้คนเข้าใจคุณ ถ้าไม่พูดสิ่งที่คิดออกไป คุณก็ไม่มีโอกาสเชื่อมสัมพันธ์กับใคร ทำให้ใครๆ เห็นความสนใจของคุณ มีอิทธิพลต่อความคิดใครๆ หรือโน้มน้าวให้ใครทำตามแนวทางของคุณได้เลย แน่นอนว่าบางครั้งการอยู่เงียบๆ สักครู่ เพื่อทบทวนสิ่งที่อยู่ในใจให้กระจ่างกับตัวเองก็เป็นสิ่งที่ช่วยได้ หากมีสิ่งที่พึงแบ่งปันให้ผู้อื่นรับรู้ ควรหยุดตริตรองหาถ้อยคำและวิธีนำเสนอสารนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ
8.เป็นผู้ผลักดัน นึกถึงผลลัพธ์ในเชิงบวก กระตือรือร้นและแบ่งปันวิสัยทัศน์นั้น อย่าพูดถึงปัญหา เว้นแต่คุณจะคิดหาทางออกที่เป็นไปได้ไว้แล้วอย่างน้อยหนึ่งวิธี
9.เฉลิมฉลองความสำเร็จของคนอื่น ให้เครดิตผู้อื่นเสมอ ในสิ่งที่พวกเขาทำสำเร็จ ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด และพยายามอย่างยิ่งที่จะมองหาคนทำถูกทำดีให้พบ

Facebook Comments
Loading...

Check Also

ทำอย่างไรดี หากชีวิตกำลัง ย่ำแย่ ไร้ทางออก

Loading... เชื่ …